จริงๆฟิ้วเฉยๆมาก กับอะไรแบบ เฮ้ยแม่น้ำอะไรก็ตามมมม เราก็ เอองั้นๆ
ต้องบอกก่อนว่า รร.เก่าฟิ้วเป็นรร.ที่ติดแม่น้ำ และเคยมีปีนึง(ตอนม.4) ที่ได้อยู่ห้องเรียนริมน้ำ แทบเรียกได้ว่า วิวเดียวกับโรงแรมโอเรียนเต็ล ค่ะ มันสวยยยยย แต่เราก็เฉยๆ 555+

ปัจจุบันเป็นเฟรชชี่แล้ว ชีวิตก็ยังอยู่ริมฝั่งเจ้าพระยาเช่นเคยค่ะ แต่เป็นเจ้าพระยาแถวๆท่าพระจันทร์  ซึ่งไกลจากบ้านพอสมควร และการเดินทางมีอยู่ไม่กี่ทาง ได้แก่
1. รถเมล์ : มี 3 แบบในปัจจุบัน(ที่ยังไม่มีเมล์ NGV วิ่งสายนี้) คือ เมล์ฟรี เมล์ขาว-แดง และ เมล์เขียวกระป๋องรถไฟเหา ซึ่งต้องเิดินต่ออีกประมาณ สองป้ายรถเมล์ จ่ะ โอเค ไม่เป็นไร
2. รถแม่ : แม่จะไปส่งตอนเช้าค่ะ แต่ตอนเย็น รถติดสุดๆค่ะ ไม่ต้องรอเลย เสียเวลาและน้ำมันอย่างแร๊ง
3. เรือ(ด่วน?)เจ้าพระยา : เป็นเรือที่วิ่งๆๆๆๆๆๆๆ และ แว๊นซ์รับส่งผู้คนในแม่น้ำเจ้าพระยา

จากการทำวิจัยมาแล้วพบว่า "นั่งเรือกลับบ้าน" ดีสุดด้วยเหตุผลที่ว่า "ลมเย็น" รถแม่ตัดไปได้เพราะรถติดสุดๆ ส่วนรถเมล์ก็เหม็นควัน เรียนจบคงเป็นมะเร็งตายก่อน 555 

การนั่งเรือ แน่นอน มันช้าาาาาาา แม้จะเขียนไว้ว่า "เรือด่วน" ก็ตามเหอะ! และการจะนั่งเรือด่วน จากท่าพระจันทร์ ต้องข้ามไปวังหลังก่อน ซึ่ง สองท่านี้เป็นท่าปราบเซียนช้อปปิ้งมากก เพราะของขายตั้งแต่ประตูมหาลัย ยันขึ้นเรือด่วนอ่ะ!!! ให้รู้กันสิ ว่าจะไม่ช้อปไหว 

เวลานั่งเรืออ่ะ ฟิ้วเป็นคนเมาเรือ ก็เลยชอบยืนอยู่แถวๆท้ายเรือ เกาะขอบไว้แล้วดูวิวว.... ซึ่งอยากบอกว่า "ไม่แปลกใจเลย ทำไมฝรั่งถึงหลงเสน่ห์กรุงเทพฯ" ฟิ้วเองก็ไม่ได้ไปเที่ยวรอบโลก ไปแค่จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง แถบๆนี้แหละ แต่ฟิ้วรู้สึกว่ามันสวยยย ถ้าใครไม่เคยลองนั่ง ลองนั่งดูนะ วัดโพธิฺ์ วัดพระแก้ว วัดอรุณ สุดยอดดดดดดดดดด

แล้วลมมันก็จะพัดตีหน้าเย็นๆแบบ รู้สึกผ่อนคลายมากๆ อัมพวา ไม่ต้องไปหรอก แต่กรุงเทพนี่แหละ ท่าเรือให้เลือกก็เยอะแยะ แต่เส้่นทางแนะนำ (ที่ฟิ้วว่าเป็นไฮท์ไลท์ของกรุงเทพเลย) ก็คือ ระหว่างท่าราชวงศ์ ถึงท่าวังหลังอ่ะ อาจจะมีช่วงแถวๆโอเรียนเต็ลที่ก็สวยดี โรงแรมไฮโซ 555+ (ปกติฟิ้วนั่งจากวังหลัง ถึงสะพานตากสิน)

ข้อควรระวังเล็กน้อยคือ อย่านั่งตอนคนเยอะๆค่ะ เพราะว่า น้ำมันจะกระเด็นง่ายตอนจอดท่า และ "มันเบียด"

Comment

Comment:

Tweet